มนต์เสน่ห์เมืองลาว

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คำม่วน แสดงบทความทั้งหมด

ถ้ำน้ำลอดกองลอ เส้นทางคมนาคมใต้พิภพที่สวยที่สุดในโลก



คำม่วนกับความสงบ ดูไร้ความวุ่นวาย แต่ในขณะเดียวกันก็กำลังเปิดรับความเจริญที่กำลังจะมาถึง เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของแขวงคำม่วนที่กำลังเปิดรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนที่นี่

ผมจำได้ว่า เคยเล่าถึงถ้ำลอดเซบั้งไฟไปในบทความก่อนๆ และต้องขอโทษจริงๆที่ลืมที่จะเล่าถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกแห่งในแขวงคำม่วน ผมว่าที่นี่ก็น่าสนใจไม่แพ้ ถ้ำลอดเซบั้งไฟ เลยครับ

ถ้ำน้ำลอดกองลอ เคยได้ยินกันมั้ยครับ ???


สำหรับเพื่อนท่านไหนเคยไปสัมผัสมาแล้วก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก  แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยไป ไม่เคยเห็น บทความนี้จะได้รู้กันครับ เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยว ที่แนะนำเลยครับ เหมาะกับท่านที่ชอบการเที่ยวแบบผจญภัยอีกนั่นแหละ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนครับ

ถ้ำน้ำลอดกองลอ มีความยาวตลอดตัวถ้ำ ประมาณ 7.5 กิโลเมตรครับ เราสามารถนั่งเรือไปได้ตลอด จนทะลุอีกฝั่งได้ อย่างไม่มีปัญหา การนั่งเรือไปและกลับ จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ ครับ

สำหรับใครที่คิดจะเดินทางไปเที่ยวที่นี่ บอกไว้ตรงนี้เลยว่า ให้เลี่ยงการไปเที่ยวถ้ำลอดกองลอในช่วงเทศกาลครับ เพราะคนจะเยอะมาก อย่างที่เพื่อนๆจะเห็นจากภาพด้านล่างนี้  ดูแล้วกลายเป็นว่าไม่น่าเที่ยวไปเลย จะทำให้เพื่อนๆไม่ค่อยประทับใจเปล่าๆ ครับ  background ธรรมชาติเขาสวยงามอยู่แล้วแต่พอคนเยอะๆ มันไม่ชวนมองครับ เพราะถ้าคนเยอะๆ ความสกปกก็จะตามมานั่นเอง เอาเป็นว่าเชื่อกันนะครับ



ต่อ ต่อ ครับ ....การเที่ยวถ้ำจะเป็นการนั่งเรื่องเขาไปครับ จากแสงสลัวที่ปากถ้ำก็เริ่มเข้าสู่ความมืดมิด แต่ก็ยังมีไฟฉายในมือ (เชื่อสิเดี๋ยวก็มีไฟฉายเอง)  เรือจะพาเราแวะชมจุดแรก ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ โถงถ้ำขนาดใหญ่ของหินงอกหินย้อยสวยงามท่ามกลางแสงไฟนีออน ซึ่งเราจะลุยน้ำเพื่อขึ้นไปชมและสัมผัสอย่างใกล้ชิดครับ  ภายในถ้ำที่เต็มไปด้วยโขดหิน โค้งซ้าย โค้งขวา โค้งหักศอก ต้องใช้ความชำนาญอย่างมากของคนพาย บางช่วงเป็นสันทราย ต้องลงจากเรือ ต้องเข็นข้ามเป็นระยะ สำหรับคนที่ชอบผจญภัยไม่น่าจะมีปัญหานะครับ 



ไฟฉายส่องขึ้นด้านบน เพดานถ้ำสูงลิบลิ่วจนสุดแสงไฟ ถ้ำน้ำลอด กว้างใหญ่และยาวกว่า 7 กิโลเมตร  ความยาวเท่ากับสะพานโกลเดนท์เกท 3 สะพานต่อกัน  (เว้อๆ) ตื่นตาตื่นใจ ความเย็นของสายน้ำที่ผ่านข้อเท้าทำให้รู้สึกได้ว่า ภายในถ้ำน่าจะมีความหลากหลายทางชีวภาพด้านอื่น ๆ ที่ยังซ่อนเร้นอยู่อีกมากมาย

แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือ ชาวบ้านเค้าบอกว่า ที่นี่เป็นถ้ำที่ชาวบ้านละแวกนี้ใช้สัญจรไปมาหาสู่กันมาก่อนการท่องเที่ยวจะเข้ามาถึงครับ ถ้ามองอีกแบบก็คือ เปรียบเสมือนเส้นทางคมนาคมของชาวบ้านครับ ทำไมนะหรือ ก็เพราะอีกฟากของปากถ้ำ เป็นหมู่บ้านนาตาล ที่ถูกปิดล้อมไปด้วยภูเขาหินปูนที่สูงชัน ไม่มีถนนเข้าออก ชาวบ้านจึงได้ใช้ถ้ำน้ำลอด แห่งนี้เป็นเส้นทางคมนาคมครับ  พอที่นี่เป็นเป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกันเยอะแยะ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านที่นี่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และนั่นทำให้เราเห็นว่า ธรรมชาติยิ่งใหญ่เสมอครับ


การเดินทาง

ถ้ำน้ำลอดกองลอตั้งอยู่บ้านกองลอ แขวงคำม่วน  จากท่าแขก ไปตามถนน หมายเลข 13 แล้ว เลี้ยวขวาที่แยกหลักซาว
ไป ตามถนนหมาย 8 ทางไปเมืองหลักซาว ไปด่านน้ำพาว ชายแดนเวียดนาม ก่อนถึงบ้านนาหิน ประมาณ 3 กม. มีทางแยกทางขวามือ
มีป้ายบ่งบอกอย่างชัดเจน ว่าไป ถ้ำน้ำลอดกองลอ ครับ


การเดินทางด้วยตัวเอง

ข้ามเรือจากนครพนมสู่เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน หรือข้ามทางบึงกาฬก็ได้ระยะทางพอๆกันครับ ต่อรถสองแถวจากท่าแขก (คิวรถหลักสอง) ขึ้นไปทางถนนหมายเลข 13 เหนือ สู่บ้านท่าแบ่ง จากบ้านท่าแบ่งให้ต่อรถสองแถวสายท่าแบ่ง-หลักซาว (ชายแดนเวียดนาม) บอกคนรถว่าลงบ้านนาหิน จากบ้านนาหิน สามารถนั่งรถสองแถวบริเวณตลาด ต่อไปยังถ้ำกองลอได้โดยตรง

ระยะทางรวมจากท่าแขก ประมาณ 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 4-5 ชั่วโมง เนื่องจากเส้นทางเป็นภูเขาสูงชันหลายช่วงทำความเร็วไม่ได้มาก

ค่าเช่าเรือเข้าถ้ำ 100,000 กีบ (ประมาณ 400-450 บาท) นั่งได้ลำละ 3 คน แต่ละคนจะต้องเสียค่าทำเนียบการเข้าถ้ำอีกคนละ 5,000 กีบ (ประมาณ 25 บาท)

ที่ปากถ้ำมีบริการให้ยืมไฟฉายและรองเท้าเตะค่าเช่าไฟฉาย 5,000 กีบ รองเท้าก็ 5,000 กีบ การเที่ยวถ้ำจะใช้เรือลำเล็กใส่เครื่องยนต์แล้วขับผ่านไปตามทางน้ำ ซึ่งบางช่วงตื่นก็ต้องลงน้ำเข็นช่วยกัน ดังนั้นจะต้องเปียกแน่นอนครับ ไม่ควรใส่ชุดที่ไม่อยากให้เปียกไปนะครับ

จะไปเช้าเย็นกลับหรือจะไปพักที่บ้านกองลอก็ได้มีที่พักเช่นกัน ที่บ้านนาหินจะมีที่พักมากกว่า ราคาโฮมสเตย์อยู่ที่ประมาณคนละ 200 บาท รวมอาหารเย็นและอาหารเช้า มีมิตรไม่ตรีจากชาวบ้านเป็นของแถม







ขอบคุณข้อมูลท่องเที่ยวและภาพถ่ายจาก oknation.net ครับ


Learn more »

ถ้ำลอดเซบั้งไฟ อลังการธรรมชาติในแดนลาว



ถ้าไม่พูดถึงที่นี่ก็เหมือนพลาดอะไรบางอย่างไป แล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่เล่าก็คงจะไม่ได้แล้ว เพราะความยิ่งใหญ่อลังกาลแบบนี้ต้องบอกต่อครับ

เห็นสถานที่นี้เป็นครั้งแรกก็ใน นิตยสารแนชั่นแนลจีโอกราฟิก (National Geographic)  นิตยสารดังที่ใครๆก็รู้จักดี เขาพูดถึงการไปสำรวจสถานที่แห่งนี้กัน   เป็นที่รู้จักกันดีทั้งชาวลาวและชาวไทยมานานแล้ว  แต่ยังไม่มีการสำรวจและพูดถึงกันมากเท่าไหร่

“ ถ้ำลอดเซบั้งไฟ “ ในแขวงคำม่วน ของลาว  เปิดเผยความงดงามอลังการที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมาในดินแดนของลาวเมื่อนับหมื่นปีก่อน

มันเป็นถ้ำลอดทางน้ำไหลที่มีมาเป็นเวลานานแล้วครับ แต่ยังไม่เคยมีการสำรวจอย่างจริงจัง อย่างที่บอกครับ แต่เมื่อไม่นานทีมสำรวจของนิตยสารแนชั่นแนลจีโอกราฟิก และ สมาคมภูมิศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ ก็ได้ทำการสำรวจถ้ำแห่งนี้ เป็นเวลากว่า 10 วัน และนำภาพถ่ายความงดงามอลังการออกสู่สายตาชาวโลก อย่างที่เห็นครับ

ถ้าที่นี่ไม่เจ๋ง เข้าตา แนชั่นแนลจีโอกราฟิก จริงๆ เขาคงไม่นำทีมมาสำรวจ  แน่นอนว่า ถ้ำลอดเซบั้งไฟ คงไม่ใช่สถานที่ที่ธรรมดาอย่างแน่นอน ??






เท่าที่มีการบันทึกเอาไว้ นักสำรวจชาวฝรั่งเศสได้ค้นพบถ้ำลอดแห่งนี้ในปี 1905 (พ.ศ.2448) โดยนั่งแพไม้ไผ่เข้าไป และอีก 90 ปีต่อมา คือ ในปี 2538 นักสำรวจจากฝรั่งเศสที่อ่านพบเรื่องราวเกี่ยวกับถ้ำสวยงามแห่งนี้เข้า จึงได้กลับไปเยี่ยมชมที่นี่อีกครั้ง
ทีมสำรวจใหม่ที่นำโดยนักสำรวจถ้ำ จอห์น พอลแล็ค (John Pollack) เดินทางเข้าไปยังเซบั้งไฟในปี 2549 และเก็บความประทับใจกลับไป จากนั้นได้ออกหาทุนเพื่อการสำรวจถ้ำทั้งระบบอีกครั้ง
    
ทีมของพอลแล็ค กลับไปยังถ้ำลอดเซบั้งไฟอีก ในเดือน ก.พ.ปี 51 จัดทำแผนที่และเป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายภาพเก็บความงดงามของระบบถ้ำ ที่มีความยาวรวมกันเป็นระยะทางถึง 9.5 กิโลเมตร และได้นำออกเผยโฉมอันงดงามภายในออกสู่สายตาชาวโลก 


บ๊อบ ออสเบิร์น (Bob Osburn) ผู้ร่วมนำทีมสำรวจได้เป็นผู้จัดทำแผนที่ระบบถ้ำ และเดวิด บันเนล (Dave Bunnell) เก็บภาพอันสวยงามทั้งหมด บุคคลอื่นที่ร่วมทีมยังประกอบด้วยนักวิจัยชาวแคนาดา กับชาวอเมริกัน ชาติละ 4 คน ผู้นำทางชาวลาวกับผู้ช่วยงานอีกจำนวนหนึ่ง
การสำรวจครั้งนี้ สมาคมภูมิศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ เป็นผู้ออกทุน และใช้เวลาทั้งหมด 10 วัน

ที่มา :  manager.co.th, ผู้จัดการออนไลน์



ทุกสิ่งทุกอย่างในถ้ำลอดเซบั้งไฟล้วนใหญ่โตมหึมาน่าอัศจรรย์ยิ่ง   เริ่มตั้งแต่ปากถ้ำอันกว้างใหญ่เชื้อเชิญผู้ไปพบเห็นให้เข้าเยี่ยมเยือน   แสงไฟฉายที่ถูกกลืนหายไปในอุโมงค์มืดขนาดใหญ่  ความมหัศจรรย์ของโถงถ้ำและหินงอกหินย้อยอันเป็นภาพที่สวยสดงดงาม 

สำหรับถ้ำน้ำลอดเซบั้งไฟแห่งนี้แล้ว จะบรรยายต่อยังไงได้ นอกจากการได้ไปเห็นด้วยตาตัวเอง ว่ามั้ย?

ที่นี่อาจจะยังไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนแวะเวียนเข้ามาบ่อยๆ เพราะด้วยระยะทางที่ไกลพอสมควร และถ้าไม่อึดจริงๆ แต่ก็เป็นที่ชื่นชอบสำหรับนักผจญภัยที่โหยหาความท้าทายใหม่ๆได้แวะเวียนมาเป็นระยะๆ เพื่อสำรวจความอลังกาลภายในถ้ำเซบั้งไฟแห่งนี้




การเดินทาง


การเดินทางสู่ดินแดนถ้ำเซบั้งไฟ : เริ่มต้นจากเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน โดยใช้เส้นทางหมายเลข 12 ไปยังเมืองจุดสุมหลงคัง เป็นทางลาดยาง ระยะทาง 103  กม. ต่อด้วยทางลูกรังอีก 37 กม.ไปยังเมืองบัวละพา และเดินทางต่อไปอีกประมาณ 14 กม. ก็ถึงบ้านหนองปิง สภาพถนนเป็นถนนดิน ถ้าช่วงหน้าฝนจะเป็นเส้นทางที่ยากลำบาก เป็นหลุม เป็นบ่อโคลน  หรือจะเลือกใช้เส้นทางท่าแขกไปยังบ้านมหาไช ไปบ้านป่าหนาม แล้วไปยังเมืองบัวละพา แม้ว่าระยะทางจะใกล้กว่าเล็กน้อย แต่เป็นเส้นทางลูกรัง

ที่พักบ้านหนองปิง : จะมีที่พักแบบโฮมสเตย์ในหมู่บ้าน ค่าที่พัก 50,000 กีบต่อคืน ต่อคน รวมอาหาร  2 มื้อ และที่พักของเมือง อยู่ใกล้กับโรงเรียนในหมู่บ้าน ค่าที่พักประมาณ 300,000 กีบต่อหลังต่อคืน ในหมู่บ้านไม่มีร้านอาหารใดๆ ควรเตรียมเสบียงและน้ำดื่มไปให้พอเพียง

ฤดูกาลเที่ยว : ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน 

 เที่ยวถ้ำติดต่อ : บริษัท Greendiscovery ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.greendiscoverylaos.com


ที่มา :  komchadluek.net  - ถ้ำเซบั้งไฟ ความอลังการแห่งการค้นหา : เรื่อง / ภาพ ... ภูฟ้า-ภูตะวัน


Learn more »
Hotels2thailand.com

Like us on Facebook