มนต์เสน่ห์เมืองลาว

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เวียงจันทน์ แสดงบทความทั้งหมด

สวนพระ Buddha park,เวียงจันทน์


สบายดี.. ทักทายกันแบบลาวๆ น่ารักๆ   ครับ

สำหรับท่านที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวประเทศลาวในช่วงนี้ ก็ขอให้เที่ยวให้สนุกนะครับ แต่ถ้ายังไม่มีแพลนจะเดินทาง มาลองดูสถานที่ท่องเที่ยวในลาวที่เราจะบอกกันต่อไปนี้ดูก่อนมั้ยครับ สำหรับท่านที่กำลังจะเดินทางไปเที่ยวเมืองหลวงเวียงจันทร์ของลาว ห้ามพลาดครับ

ห่างจากนครเวียงจันทน์ไปประมาณ 25 กิโลเมตร บนถนนท่าเดื่อ หรืออยู่เลยสะพานมิตรภาพไทย-ลาวไป 3 กิโลเมตร.เท่านั้น เป็นความสวยงามที่หาชมยากและแน่นอนครับ น่าสนใจ และทำให้อยากแนะนำกันในครั้งนี้ด้วย


ถ้าคนที่เคยไปมาแล้วน่าจะรู้จักดี แต่ก็มีบางคนที่ก็ยังไม่รู้จักที่นี่ วันนี้จะได้รู้กันครับ

วัฒนธรรมเชียงควนที่น่าสนใจและได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเวียงจันทน์ คือ  วัดเชียงควน (Xieng Khuan Temple) ที่นี่เป็นสวนพระ ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 2501 ภายในสวนพระ เราจะเห็นมีรูปปั้นพระวิษณุ พระศิวะ และรูปปั้นแปลกๆตามจินตนาการของผู้สร้างมากมาย 

จุดเด่นของวัดเชียงควน ก็คือ อาคารทรงฟักทองขนาดใหญ่หลังนี้ที่สามารถเดินเข้าไปในอาคารได้ เรียกนักท่องเที่ยวที่มาเยือนได้ถ่ายรูปแบบช็อตต่อซ็อตได้ไม่ยาก ทั้งหมดในสวนพระ Buddha park เวียงจันทน์ นั้นกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใครๆต้องมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไปแล้วครับ


ถ้าหากใครได้เห็นภาพ คงนึกในใจว่า “สร้างได้ยังไงกัน” จึงขอเล่าถึงความเป็นมาของสถานที่ที่น่าสนใจแห่งนี้กันครับ

พุทธอุทยาน หรือ สวนพระ ถูกสร้างขึ้นโดยปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์" หรือ "ปู่เหลือ" เมื่อครั้งที่หลวงปู่ยังอยู่ที่ประเทศลาว ซึ่งในภายหลังนั้นได้ย้ายกลับมายังฝั่งไทยและมาสร้างศาลาแก้วกู่ หรือวัดแขก ที่จังหวัดนครพนม โดยภายในพุทธอุทยานเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปหล่อซีเมนต์ตามความเชื่อทางศาสนาพุทธและฮินดูประดับประดาอย่างเป็นระเบียบทั่วทั้งสวน นอกจากนี้ยังมีรูปปั้นของเหล่า มนุษย์ , พระเจ้า , สัตว์ , ปีศาจ , พระศิวะ , พระนารายณ์ และอื่นๆอีกเป็นจำนวนมากครับ



เห็นภาพที่นี่ครั้งแรก ก็นึกไปถึง “ศาลาแก้วกู่” ในบ้านเรา ที่เคยไป ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ถึงได้รู้ว่าคนสร้างเป็นคนเดียวกัน ที่นี่ถึงได้เหมือนกันอย่างกับฝาแฝด

ที่นี่เขาเก็บค่าเข้าด้วยนะครับ ค่าผ่านประตูคนละ 5,000 กีบ (หรือประมาณ 20 บาท)

จุดที่โดดเด่น คือ องค์พระนอนขนาดใหญ่ ยาวถึง 45 เมตร และสูง 19 เมตร ที่ต้องไปเก็บภาพครับ


หากมีเวลาพอ อยากให้แวะเที่ยวที่นี่ครับ เป็นวัดที่แปลกตาและเป็นประติมากรรมสวยๆหาชมยากจริงๆครับ



หากสนใจที่จะเดินทางมาเที่ยว สวนพระ Buddha park เวียงจันทน์ จะเหมารถรับจ้างในเวียงจันทน์ก็ได้ครับ แต่ส่วนใหญ่ที่เป็นที่นิยมกันเมื่อมาเที่ยวเวียงจันทน์ ถ้าหากเดินทางไปกันเป็นกลุ่ม จะเหมารถตู้เที่ยวครับ ราคา (ปัจจุบัน) 1200 บาทไทย (แนะนำให้ต่อๆๆๆๆราคา) เที่ยวทั้งวันครับราคานี้ คนขับเค้าจะมีโปรแกรมพาเที่ยวอยู่แล้ว แต่ถ้าเราอยากจะไปที่ไหนเป็นพิเศษในเวียงจันทน์ก็บอกคนขับได้ครับ คนลาวเค้าใจดีอยู่แล้วครับ


ข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม : 

Learn more »

เที่ยวเวียงจันทน์ ไม่ยากอย่างที่คิด




เมืองเวียงจันทน์เป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจครับ การเดินทางไปก็สะดวกมากขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ  เอาเป็นว่าการไปเที่ยวที่เวียงจันทน์นั้นเราสามารถไปกันเองได้ครับ

มีพาสปอร์ตอยู่แล้ว ต้องไปทำบัตรผ่านแดนอะไรที่ไหนอีกหรือเปล่า...?


นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ถูกตั้งคำถามเอาไว้สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศแต่สำหรับประเทศลาวนั้นเที่ยวง่ายมากๆ ครับ ไม่ต้องมีวีซ่าก็เที่ยวได้ ไม่ยุ่งยากครับ  ถ้ามีพาสปอร์ตอยู่แล้วก็ไม่ต้องทำบัตรผ่านแดนก็ได้ครับ รอปั๊มตราเข้าประเทศ เสียค่ารถ ข้ามฝั่ง 20 บาท   พอถึงฝั่งลาวก็จะเสียค่าเข้าประเทศอีก 20 บาท

สำหรับคนที่ไม่มีพาสปอร์ตก็สามารถไปเที่ยวลาวได้เช่นกันครับ โดยการทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว ( ในกรณีอยู่ในประเทศลาวไม่เกิน 3 วัน ) ถ้าทำที่สะพานเลยจะเสีย 100 บาท แต่ถ้ามีเวลาให้แวะทำที่สำนักงาน ททท. อยู่ระหว่างทางไปสะพานฯ เสียคนละ 40 บาทครับ

ทริป : แนะนำให้ทำเป็นบัตรผ่านแดนจะดีกว่าครับ ขั้นตอนจะรวดเร็วกว่า ตอนกลับไม่ต้องเข้าแถวเหมือนใช้พาสปอร์ต

เอารถข้ามไปเองได้ไหม ถ้าไม่ได้ต้องไปอย่างไง..?


เราสามารถเอารถ (ไทย) ข้ามด่านได้ครับ ต้องไปทำ Passport รถ   เพราะรถที่จะเอาข้ามต้องมีพลาสปอร์ตรถ (เล่มสีม่วงครับ) คนขับต้องมีใบขับขี่สากลและที่สำคัญรถที่นำเข้าไปจะต้องไม่ติดไฟแน๊ทครับ 

ทริป :  สำหรับการนำรถข้ามไปประเทศลาวนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นขั้นตอนที่วุ่นวายมากๆ ครับ  แนะนำให้นั่งรถบัสข้ามไปแล้วไปเช่ารถตู้นำเที่ยว นำเที่ยวฝั่งโน้นจะดีกว่าครับ

 จะเที่ยวแบบค้างคืน ควรจะเที่ยวอย่างไรดี แบบไหนเหมาะกว่า..?



ก่อนอื่นต้องบอกกว่าครับว่า ไปเที่ยวเวียงจันทน์นั้นไม่จำเป็นต้องค้างคืนก็ได้ครับ  แต่การค้างคืนที่นั่นก็ถือว่าได้บรรยากาศในอีกแบบซึ่งตามแต่โปรแกรมการท่องเที่ยวของเพื่อนๆนักเดินทางแต่ล่ะคนครับ

แนะนำแบบไม่ค้างคืน...

ด้วยความที่เมืองเวียงจันทน์ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ใครๆก็อยากจะเดินทางไปเที่ยวกันดูสักครั้ง และเดี๋ยวนี้เองการเดินทางไปเที่ยวเวียงจันทน์ก็ดูเหมือนจะไปง่ายมากๆครับ  ใครๆก็ไปได้ ไม่ต้องผ่านทัวร์ ไปเที่ยวเองได้แบบชิวๆ ครับ  ในเมืองเวียงจันทน์มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและน่าสนใจ ที่อยู่ไม่ไกลกันมากเท่าไหร่  สามารถเดินเที่ยวได้  เพื่อนๆสามารถท่องเที่ยวในวันเดียวได้ครบหมดทุกแห่งครับ ไม่จำเป็นต้องค้างคืนที่เวียงจันทน์ก็ได้

แนะนำแบบค้างคืน...

สำหรับเพื่อนๆนักเที่ยวท่านไหนที่ต้องการไปเที่ยวเวียงจันทน์แบบค้างคืนนั้นก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันครับ การได้ไปพักที่นั่นเพื่อนๆจะได้ใกล้ชิดกับประเพณี วัฒนธรรมของที่นั่นมากขึ้น ได้ลิ้มรสอาหารอร่อยในเมืองเวียงจันทน์  ชมบรรยากาศยามค่ำคืนที่มีเสนห์

สามารถดูรายละเอียดได้ที่ บทความ สบายดีเวียงจันทน์ เที่ยวง่ายๆใครๆก็ไปได้...>>


การท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในเมืองเวียงจันทน์นั้น  เพื่อนๆสามารถทำได้หลายวิธี   เมื่อข้ามมาถึงฝั่งลาวแล้วจะเหมารถตู้นำเที่ยวก็ได้ ราคาอยู่ที่ 800 บาท นั่งได้ประมาณ 6-8 คน คนขับจะพาเราเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในเวียงจันทน์ ถ้านอกเหนือจากนั้นก็ต่อลองกับคนขับเอาครับ

ทริป : ในช่วงปีใหม่ไม่ว่าจะเป็นฝั่งไทยหรือฝั่งลาว คนจะเยอะเป็นพิเศษครับ ยิ่งถ้าเดินทางตรงกับวัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ด้วยแล้วเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับเมื่อถึงหน้าเทศกาล  ส่วนเรื่องของที่พักตามความเห็นนะครับ แนะนำมาพักฝั่งไทยดีกว่าครับ ช่วงเช้า-บ่ายก็เที่ยวอยู่ฝั่งลาว (เวียงจันทน์) เย็นก็มาค้างฝั่งไทย แถวริมโขงใกล้กับตลาดท่าสะเด็จ จะมีที่พักน่ารัก ๆ สะอาด ปลอดภัย เยอะครับ ลองเลือกดู  
**ช่วงเทศกาลอย่าลืมจองที่พักไปล่วงหน้านะครับ

จะแลกเงินลาวไปเลยหรือเปล่า หรือว่าเอาเงินไทยไปได้เลย


จริงๆ แล้วไปเที่ยวฝั่งลาว โดยเฉพาะเวียงจันทน์ สามารถใช้เงินบาทได้ทุกที่ครับ เวียงจันทน์รับเงิน 3 สกุลหลัก คือ บาท กีบ และดอลลาร์ แต่เวลาทอนจะได้เป็นเงินกีบนะครับ แนะนำให้แตกแบงค์ย่อยไปครับ โดยเฉพาะแบงค์ 20 บาท


ที่พักที่เดินเที่ยว กินเล่นได้ง่าย ๆ และไม่แพงมาก


เรื่องของที่พัก ถ้าต้องการไปพักที่ที่เวียงจันทน์ ก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ครับว่าชอบที่พักแถวไหน กลางเมืองหรือแถวริมโขง ส่วนเรื่องกินนั้น ดูที่นี่ครับ แนะนำร้านอร่อยในเวียงจันทน์

วางแผนเรื่องอื่น ๆ อย่างไรอีกบ้าง


* ถ้าไม่อยากเสียเวลาทำใบผ่านสามารถโทรไปทำล่วงหน้าได้ก่อนครับ ไปถึงด่านจะได้ข้ามทันที

* สถานที่ที่สำคัญที่เที่ยวในเวียงจันทน์ก็จะมี  หอพระแก้ว, วัดศรีสะเกศ, วัดศรีเมือง-หลักบ้านหลักเมืองของนครเวียงจันทน์, ประตูชัย, พระธาตุหลวง, ตลาดเช้า


Learn more »

สบายดีเวียงจันทน์ เที่ยวง่ายๆใครๆก็ไปได้ (Vientiane trip)

ทริปเวียงจันทน์แบบง่ายๆ ไปเองได้แบบสบาย



เวียงจันทน์เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมมากมายที่น่าสนใจครับ และเป็นเป้าหมายใหม่ของนักเดินทางหลายคนด้วย  เมื่อก่อนอาจจะดูยุ่งยากไปนิดในการเดินทาง แต่เดี๋ยวนี้ต่างจากเมื่อก่อนมากครับ  การไปเที่ยวที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาวนั้นดูเหมือนจะง่าย จนไม่รู้จะว่ายังไงแล้วครับ




Go…to ..เวียงจันทน์

ไม่ว่าเพื่อนๆนักเที่ยวจะอยู่ส่วนไหนของประเทศไทย  แต่การเดินทางท่องเที่ยวเมืองเวียงจันทน์นั้น  เริ่มต้นกันที่หนองคายครับ เราจะข้ามสะพานมิตรภาพไทยลาวไปเวียงจันทน์ที่นี่ครับ “เมืองหนองคาย”

เมื่อเพื่อนๆมาถึงหนองคายกันแล้ว แนะนำให้ไปทำบัตรผ่านแดนที่ศูนย์ OTOP ตรงข้ามโรงเรียนปทุมเทพฯ ครับ หรือจะไปทำที่ว่าการอำเภอฯ ก็ได้ (ค่าทำบัตรผ่านแดน 40 บาท) แต่ถ้าไม่อยากไปทำเองก็จะมีบริษัททัวร์ให้บริการรับทำบัตรผ่านแดนให้ครับ แต่ราคาก็จะสูงขึ้นมาหน่อย (ประมาณ 150-200) เขาจะบวกค่าบริการเพิ่มนั่นเอง (บัตรผ่านแดนอยู่ได้ 3 วัน 2  คืน ครับ และห้ามออกนอกนครเวียงจันทน์ครับ)

รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามที่ ททท.หนองคาย 042 - 421326 ได้ทุกวันครับ ไม่มีวันหยุด



เมื่อได้เอกสารเรียบร้อยแล้ว ก็ไปที่ด่านเลยครับ ยื่นบัตรผ่านแดนให้เจ้าหน้าที่เค้าประทับตรา (ใช้บัตรผ่านแดนไม่ต้องกรอกเอกสารอะไรเพิ่มครับ) 

นี่แหละครับถึงแนะนำให้ใช้บัตรผ่านแดน  เพราะสะดวกกว่า  ถ้าจะไปเที่ยวเฉพาะเวียงจันทน์เท่านั้น  

เมื่อเจ้าหน้าที่เขาประทับตราเรียบร้อยแล้วก็ซื้อตั๋วรถข้ามสะพานไปด่านลาวครับ 

...................
...........
........
.....
...
..
.

พอดำเนินการฝั่งลาวเสร็จก็ออกมาหารถไปเวียงจันทน์เลยครับ




ไม่ค้างคืน ก็เที่ยวได้

สำหรับคนที่ไม่ต้องการค้างคืนในวียงจันทน์ แนะนำให้ใช้บริการรถตู้นำเที่ยวครับ  เพราะสะดวกที่สุดแล้ว  ราคาอยู่ที่ 800 บาท นั่งได้ 6-8 คน (ถ้าไปหลายคนก็ถือว่าคุ้มครับ) ที่แนะนำเป็นรถตู้นำเที่ยวนั่นก็เพราะความสะดวกนั่นเองครับ  บริการนำเที่ยวของรถตู้นั้นก็จะพาเราท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในนครหลวงเวียงจันทน์ตามโปรแกรมท่องเที่ยวของเขา ถ้านอกเหนือจากนั้นเพื่อนๆก็ลองคุยกับคนขับเขาดูครับ ซึ่งจะใช้เวลาในการท่องเที่ยวในช่วงเช้า-เย็น และมาส่งเราที่ด่านลาวครับ

ปล. พอถึงด่านไทยจะมีบริการรถตู้นำเที่ยววิ่งเข้ามาหาเลยครับ ต่อรองราคาได้เลย ไม่พอใจก็หาคันใหม่ได้เลยครับ ถ้าโอเค เขาก็จะนั่งรถบัสข้ามสะพานไปฝั่งลาวพร้อมกะเราครับ หรือจะไปหาที่ฝั่งลาวก็ได้ครับมีให้เลือกเยอะเลย ทริปนี้แนะนำให้เที่ยวในเวียงจันทน์ทั้งวันแล้วกลับมาพักที่หนองคายครับ





1 คืนในเวียงจันทน์…

การท่องเที่ยวในเวียงจันทน์แบบค้างคืนนั้น ต้องวางแผนเรื่องการจัดเวลาในการท่องเที่ยวครับ เรื่องของที่พักและอาหารการกินก็เช่นกันครับ


ทริปท่องเที่ยวที่เราแนะนำกันในทริปนี้ เป็นแค่แนวทางในการท่องเที่ยวในเมืองเวียงจันทน์แบบค้างคืนเท่านั้นนะครับ การเดินทางท่องเที่ยวของแต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาครับ



....พอดำเนินการที่ฝั่งลาวเรียบร้อยแล้ว ก็มาหารถเข้าเมืองเวียงจันทน์ครับ  การเดินทางเข้าเมืองเวียงจันทน์ เพื่อนๆจะเหมารถตู้เข้าเมืองก็ได้ครับ ให้ไปส่งที่ที่พักเลย  เรื่องของราคาเป็นเรื่องที่เพื่อนๆจะต้องใช้ความสารถพิเศษในการต่อรองเอาเองครับ แต่ถ้าต้องการประหยัดหน่อย แนะนำให้นั่งรถโดยสารเข้าเมืองเวียงจันทน์ (ดูภาพด่านล่าง) 



ไม่ต้องซื้อตั๋วครับ จ่ายเงินตอนลงรถ รถคันนี้จะไปส่งเราถึงสถานีขนส่งเวียงจันทน์ (ตลาดเช้าเวียงจันทน์ก็อยู่ที่นั่นเองครับ) จากนั้นก็เป็นขั้นตอนการหาที่พักก่อนครับ เพราะเราต้องเอาของไปเก็บ

ที่พักในเวียงจันทน์ที่ไหนดี.....?


ที่พักในเมืองเวียงจันทน์มีเยอะครับ แล้วแต่เพื่อนๆชอบ


ที่พักแถวตลาดเช้าเวียงจันทน์ก็มีนะครับ ลองหาดู จะได้ไม่ต้องเหมารถสกายแล็บไป (รถสกายแล็บหรือตุ๊กๆบ้านเรานั่นเอง) หรือจะเดินหาก็แล้วแต่สะดวกครับ โรงแรมนั้นก็มีหลายราคาครับ ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน สำหรับเพื่อนๆที่ชอบความสะดวกสบายหน่อย  เดินออกจากโรงแรมก็หาของกินได้เลย สถานบันเทิง พักแถววงเวียงน้ำพุก็ดีครับ



ได้ที่พักเรียบร้อยแล้ว  ต่อไปก็เป็นรายการเที่ยวครับ  สามรถสอบถามพนักงานเกสต์เฮ้าหรือพนักงานโรงแรมได้เลยครับ เขาจะให้ข้อมูลท่องเที่ยวกับเรา ไม่เข้าใจก็ถามเขาได้ครับ

เมืองเวียงจันทน์เป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก  สามรถเดินเที่ยวได้ครับ (แต่แนะนำให้วางแผนก่อนเพราะสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งก็ไม่เหมาะที่จะเดินครับ ไกลเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน  ดูตำแหน่งที่พักกับสถานที่ท่องเที่ยวแล้วลองจัดเวลาดูครับ)  สำหรับเพื่อนๆคนไหนได้ที่พักแถววงเวียงน้ำพุ สถานที่ท่องเที่ยวจะไม่ไกลเท่าไหร่ มีเพียง 2 แห่งเท่านั้นที่ต้องเหมารถสกายแล็บพาไปครับ คือ พระธาตุหลวงเวียงจันทน์และประตูชัย นั่นเองครับ

ทริป : สำหรับวันแรกนี้ ด้วยระยะเวลาการเดินทางข้ามแดนและขั้นตอนการผ่านแดนก็กินเวลาไปครึ่งค่อนวันแล้ว เมื่อมาถึงที่พักก็เป็นช่วงบ่ายแล้วแนะนำให้เที่ยว 2 ที่ ที่ว่านี้ก่อนครับ พระธาตุหลวงเวียงจันทน์และประตูชัย


พระธาตุหลวงเวียงจันทน์
มองออกไป ..ด้วยสีทองเหลืองอร่ามไปหมด สำหรับพระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวลาวแห่งนี้
พระธาตุหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว  เป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งแห่งนครหลวงเวียงจันทน์ เป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากแนะนำนักท่องเที่ยว รับลองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ....อ่านเพิ่มเติม...

ประตูชัย
อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของนครหลวงเวียงจันทน์ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของชาวลาวแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้ที่เสียสละชีวิต ในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์นั่นเอง ใครอยากเห็น “ ฌ็องเซลิเซ่ ” ของฝรั่งเศส มาดูประตูชัยครับ อ่านเพิ่มเติม....


สำหรับเรื่องของอาหารการกินนั้น ในเมืองเวียงจันทน์ก็มีร้านอร่อยๆ ท้าให้เพื่อนๆได้ไปลองครับ  “ แนะนำร้านอร่อยในเวียงจันทน์ ..คลิก ” ว่าจะสมกับที่เขาว่าหรือเปล่า

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในเมืองเวียงจันทน์..




หอพระแก้ว เวียงจันทน์
หอพระแก้ว เวียงจันทร์ ที่ "อดีตเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต" สถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก หอพระแก้วนั้นคือ สถานที่ที่เคยประดิษฐาน พระแก้วมรกต หรือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ตั้งอยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว นั่นเองครับ แต่ปัจจุบันนี้เหลือเพียงพระแท่นที่ประดิษฐานเท่านั้น เพราะพระแก้วมรกตองค์ปัจจุบันนั้น ได้ถูกอัญเชิญลงมาประทับที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย  อ่านเพิ่มเติม...

วัดศรีสะเกศ : วัดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเวียงจันทน์
สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ตรงข้ามหอพระแก้วครับ  เป็นวัดที่มีความเก่าแก่และสมบูรณ์อย่าง วัดศรีสะเกศ แห่งนี้นั้น เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของลาวที่หาชมได้อยาก เกินอธิบายจริงๆ  อ่านเพิ่มเติม..



“วัดศรีเมือง” วัดแห่งโชคลาภ
ที่นี่จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเอาใจคนที่ต้องเสริมโชคลาภโดยเฉพาะครับ “วัดศรีเมือง” เป็นวัดแห่งโชคลาภ เป็นสถานที่ตั้งของเสาหลักเมืองประจำนครเวียงจันทน์นั่นเอง นักแสวงโชคนิยมมาขอพรที่นี่ครับ อ่านเพิ่มเติม...



อีกหนึ่งที่ ที่อยากแนะนำครับ “ธาตุดำ” นั่นเอง
พระธาตุดำองค์นี้ มีอายุย้อนไปในสมัยอาณาจักรล้านช้างตอนต้นครับ มีตำนานพื้นบ้านเล่าต่อกันว่า ภายใต้องค์พระธาตุดำเป็นปากทางออกจากนครบาดาลของเหล่าพญานาคเจ็ดเศียรที่มาช่วยเหลือประชาชนลาวในเวียงจันทน์เอาไว้จากการรุกรานของกองทัพสยามนั่นเองครับ 

เพราะฉะนั้นใครที่เดินทางมาเวียงจันทน์ต้องแวะชมครับ

นี่ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในเวียงจันทน์ที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาดครับ

สุดท้ายสำหรับ ทริปท่องเที่ยวเวียงจันทน์นั้น ก็ถึงเวลาเดินทางกลับ ขากลับนี้เพื่อนๆก็ไปขึ้นรถที่ขนส่งเวียงจันทน์ที่เดิมนั่นแหละครับ ขั้นตอนเดินทางกลับก็เหมือนตอนมานั่นแหละครับ ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เอ๊ะ..ยังไงก็อย่าลืมเหลือเวลาไว้แวะ    ช้อปปิ้งที่ Duty Free ลาว ด้วยนะครับ อยู่ตรงด่านลาวพอดี ที่นี่มีสินค้าให้เลือกซื้อมากมายครับ



สบายดี..เที่ยวให้สนุกกันเด้ออออออ



Learn more »

“วัดศรีเมือง” วัดแห่งโชคลาภ



สบายดี  พ่อแม่พี่น้องนักเดินทางทุกคนครับ  ต้องของบอกว่าวันนี้เราขอกล่าวสวัสดีกันด้วยภาษาของเพื่อนบ้านเรา  อย่าง  ประเทศลาวนั่นเองครับ  แต่ถ้าจะให้บรรยายกันเป็นภาษาลาวนั้น  ก็ต้องบอกว่า กลัวเพื่อนๆจะอ่านไม่ออก  แปลไม่ได้กันนั่นเองครับ  

ว่าแล้วก็พูดกันไปซะยาวเหยียด  เที่ยวลาววันนี้  ขอบอกเลยว่า  เสนอสถานที่ท่องเที่ยวลาวเพื่อเอาใจคนที่ต้องเสริมโชคลาภโดยเฉพาะครับ จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก วัด อีกนั่นแหละครับ วัฒนธรรมทางศาสนาที่ประเทศลาวนี้เราต้องบอกเลยว่ามีการเคร่งคัดเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีที่คนไทยอย่าเรานั้นต้องเอาเป็นแบบอย่างเลยก็ว่าได้ครับ  ยกตัวอย่างเรื่องเวลาคนลาวเขาเข้าวัดกันก็จะนิยมนุ่งผ้าถุงเข้าวัดกันครับ  ไม่ว่าจะเป็น วัยรุ่น หรือรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ก็ตาม



สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวลาวที่เราขอนำเสนอกันนั้นก็คือ “วัดศรีเมือง” นั่นเองครับ ที่นักแสวงโชคยกให้เป็นวัดแห่งโชคลาภ เป็นสถานที่ตั้งของเสาหลักเมืองประจำนครเวียงจันทน์นั่นเอง สำหรับสถานที่แห่งนี้นั้นไม่รวมนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาสักการะบูชา ประชาชนลาวเองนั้นต่างก็เดินทางไปสักการบูชาเป็นจำนวนไม่น้อยเลยในแต่ละวันศักดิ์สิทธิ์หรือไม่  อย่าให้เพื่อนๆฟังความเป็นมานี้กันครับ วัดศรีเมืองสร้างขึ้นในปีพ.ศ.2106 และหลังจากถูกกองทัพสยามทำลายลงในปีพ.ศ.2371 ก็ได้มีการสร้างวัดศรีเมืองขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ.2458  ภายในวัดศรีเมืองนั้นมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่มากมาย โดยเฉพาะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และความเก่าแก่ พระพุทธรูปองค์นี้ได้ชำรุดไปบางส่วน ซึ่งชาวลาวนั้นเชื่อกันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก


สำหรับเพื่อนๆที่เดินทางมาที่นี้  บริเวณประตูทางเข้าวัด นั้นจะมีเต้นส์ที่พระคุณเจ้า จัดตั้งไว้เพื่อจัดวางอุปกรณ์ สิ่งที่จะนำไปกราบไหว้พระที่อยู่ภายในพระอุโบสถของวัดสีเมืองนั้น เรียกว่า ต้นเทียน  จะมีลักษณะเป็นแผ่นขี้ผึ้งบาง ๆ ทำเป็นดอกเหมือนดอกไม้ แต่ใช่เทียนไขปั้มใส่แบบ แกะออกมาเป็นดอก ๆ จากนั้นนำใส่ด้ามไม้ นำไปประดับที่ต้นกล้วยขนาดเล็กใหญ่ต่างกันไป ที่โคนต้นใส่ลงในกระป๋อง เพื่อเป็นฐานสำหรับวางตั้งไว้นั่นเองครับ




เมื่อเราเดินเข้าไปภายในพระอุโบสถ  เพื่อนำดอกเทียนไปไหว้พระ  ต้นดอกเทียนจะต้องวางบนถาดที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้  ธูป 3 ดอก และเทียน 2 เล่ม จุดและนำไปปักที่ถาด  จากนั้นก็นำถาดที่มีต้นดอกเทียนวางไว้ด้านหน้าพระพุทธรูป  กราบพระ 3 ครั้ง ตั้งนะโม 3 จบ  ไหว้พระและอธิฐานตามแต่ใจปรารถนากันเลยครับ  หลังจาดเสร็จจากการไหว้พระแล้ว ใช้เวลาที่พอมีนั้นเดินชมบรรยากาศภายในบริเวณวัด ชมปฏิมากรรมต่าง ๆ ที่ตั้งไว้ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันให้จุใจไปเลยครับ

สำหรับเพื่อนๆที่เดินทางมาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นต้องเสียค่าเข้าด้วยนะครับค่าเข้าชม ผ่านประตูคนละ 5,000 กีบ ก็ไม่แพงเท่าไหร่ครับ ประมาณ 20 บาทไทยเรานั่นเองครับและที่วัดศรีเมืองแห่งนี้นั้นจะเปิดให้เข้าชมได้ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. นั่นเองครับ

สุดท้ายต้องของฝากสถานที่ท่องเที่ยวที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เอาไว้ด้วยก็แล้วกันครับ มาเที่ยวเมืองลาวเมื่อไหร่ต้องของไปให้ได้คับ


Learn more »

วัดศรีสะเกศ : วัดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองเวียงจันทน์


เมื่อเราเยี่ยมชมความสวยงาม  ความเก่าแก่ของ  “หอพระแก้ว”  กันแล้ว  เราก็ต้องขอแนะนำเพื่อนๆ  เดินทางมากันที่ “วัดศรีสะเกศ”  วัดที่เก่าแก่ที่สุดวัดเดียวในเมืองเวียงจันทน์ สปป.ลาว สำหรับนักแสวงบุญแล้วที่นี่ไม่ควรพลาดกันเลย


ถ้าจะอธิบายถึงความเป็นมาของวัดแห่งนี้นั้นคงมีเรื่องราวมากมายที่เล่ายังไงก็ไม่หมด  แต่ถ้าจะไม่เล่าก็ไม่ได้  เอาเป็นว่าขอเล่าเรื่องราวคราวๆก็แล้วกันครับ  



วัดศรีสะเกศ แห่งนี้นั้นได้มีการสร้างขึ้นใน ค.ศ.1818 ก็อย่างที่บอกครับว่าเป็นวัดที่เก่าแก่และเป็นเพียงวัดเดียวในลาวเท่านั้น ที่ไม่ถูกสยามหรือประเทศไทยเราเผาเอานั่นเอง ตรงกลางของวัดศรีสะเกศนั้นจะเป็นโบสถ์ล้อมรอบด้วยระเบียงคต มีความสวยงาม สร้างแบบศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้นหรือแบบล้านช้างนั่นเองครับ 


ในวัดศรีสะเกศแห่งนี้นั้นได้มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ 6840 องค์  วัดแห่งนี้มีชื่ออย่างเต็มๆ ว่า "วัดศีรษะเกศสตสหัสสาราม" แต่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่าวัดศรีสะเกศ นั้นก็เนื่องมาจากกล่าวกันมาว่า ยามพระเจ้าอนุวงศ์บรรทมอยู่ในพระราชวังนั้น จะต้องหันพระเศียรมายังทิศที่ตั้งของวัดนี้เสมอนั่นเอง 



สำหรับการท่องเที่ยวในครั้งนี้นั้น  เมื่อเพื่อนๆนักเที่ยวเดินทางมาที่นี้นั้นก็มีสิ่งที่น่าชมในวัด อย่างเช่น หอไตร ซึ่งจะยกคอสองเป็นชั้นคล้ายวัดไทยใหญ่หรือวัดพม่า แต่คัมภีร์ถูกกองทัพสยามนั้นอัญเชิญไปไว้ยังกรุงเทพฯ หมดแล้ว ส่วนผนังด้านในของพระระเบียงที่ล้อมรอบพระอุโบสถเอาไว้นั้น มีการเจาะซุ้มเล็กๆ ขึ้นสำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปเงินและพระพุทธรูปดินเผา  ส่วนใหญ่นั้นจะเป็นพระที่สร้างขึ้นที่นครเวียงจันทน์ในช่วงศตวรรษที่ 16 ถึง 19 นั่นเอง ระเบียงด้านตะวันตกนั้นก็เป็นที่เก็บรวบรวมเศษชิ้นส่วนพระพุทธรูปที่ถูกทำลายลงในสงครามปี 1828 ส่วนด้านหลังพระอุโบสถนั้นมีรางไม้รูปคล้ายพญานาคสองตัว เพื่อใช้เป็นรางสำหรับสรงน้ำพระในเทศกาลสงกรานต์โดยเฉพาะนั่นเองครับ ปัจจุบัน วัดศรีสะเกศเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชของลาว เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในนครหลวงเวียงจันทน์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากๆอีกที่ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ครับ


วัดที่มีความเก่าแก่และสมบูรณ์อย่าง วัดศรีสะเกศ แห่งนี้นั้น เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของลาวที่หาชมได้อยาก  เกินอธิบายจริงๆ ครับ สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ 



สุดท้ายเราต้องของขอบคุณความรู้ที่เป็นประโยชน์จาก lannatouring.com ที่นำความรู้เรื่องราวของ “วัดศรีสะเกศ” ให้นักเที่ยวอย่างเราๆท่านๆได้ทราบกัน


Learn more »

เที่ยวลาว หอพระแก้ว


หอพระแก้ว เวียงจันทร์  ที่ "อดีตเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต" สถานที่แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก  หอพระแก้วนั้นคือ สถานที่ที่เคยประดิษฐาน พระแก้วมรกต หรือ พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ตั้งอยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว นั่นเองครับ แต่ปัจจุบันนี้เหลือเพียงพระแท่นที่ประดิษฐานเท่านั้น เพราะพระแก้วมรกตองค์ปัจจุบันนั้น ได้ถูกอัญเชิญลงมาประทับที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทยเรานั่นเอง 


ในช่วงสมัยของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โดยสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก เป็นผู้อัญเชิญ ถึงพระแก้วมรกตจะไม่ได้ประดิษฐานอยู่ที่นี่  แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความศรัทธาของชาวลาวลดน้อยลง


  แต่กลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาแห่งนี้ได้แผ่คลุมทั่วบริเวณอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อมองดูพระวิหารที่ดำทะมึน อยู่ท่ามกลางแมกไม้ ความเก่าแก่ พร้อมสถาปัตยกรรมโบราณแต่ครั้งอดีตกาล และเมื่อเพื่อนๆได้เหยียบเข้าไปสู่ลานรอบบริเวณอันเป็นสถานที่เคยประดิษฐาน พระมหามณีรัตนปฏิมากรด้วยแล้วนั้น อยากบอกว่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ มันเป็นความรู้สึกที่ยากเกินอธิบายของสถานที่แห่งนี้  และยังมีนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยวยังนครเวียงจันทน์ ก็นิยมเดินทางมาสักการะบูชาที่หอระแก้วนี้กันเป็นจำนวนมาก 



หอพระแก้ว นั้นตั้งอยู่ตรงข้ามวัดสีสะเกด บนถนน เชษฐาธิราช ติดกับทำเนียบประธานประเทศ อยู่ใจกลางเมืองหลวงประเทศลาวเลยก็ว่าได้




สำหรับการเข้าชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่น่าสักการบูชาอย่าง  “หอพระแก้ว” แห่งนี้นั้น เขามีค่าธรรมเนียมเข้าชมด้วยนะครับ ก็ประมาณ คนละ 5,000 กีบ (20 บาทไทย) เพื่อนๆสามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น.และ 13.00 น. - 16.00 น.


หมายเหตุ : ภายในหอพระแก้ว ห้ามมีการถ่ายรูปทุกชนิดครับ


ถ้าเพื่อนๆเดินทางมาเที่ยวที่ หอพระแก้ว  กันแล้ว เพื่อนๆไม่ควรพลาดกับอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจไม่แพ้ที่นี่เลย  อยู่ตรงข้ามกับหอพระแก้วใกล้ๆนี้เอง  นั่นก็คือ  “วัดสีสะเกด”  นั่นเองครับ ขอกระซิบเพื่อนๆเอาบุญแล้วกันครับว่า  ความศักดิ์สิทธิของที่นี่นั้นก็ไม่แพ้ที่อื่นๆเลยครับ

Learn more »

ประตูชัย เวียงจันทน์ ประเทศลาว

เวียงจันทน์


อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว  เมื่อเพื่อนๆเดินทางมาถึงนครหลวงเวียงจันทน์  สปป.ลาว  นั้น  จัดว่าอยู่ในทริปของการท่องเที่ยวหลักๆของเวียงจันทน์กันเลยก็ว่าได้ครับ  เพราะเมื่อเพื่อนๆเดินทางเข้าไปนมัสการ  “พระธาตุหลวงเวียงจันทน์”  เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  สถานที่ต่อไปคงเป็นที่ไหนไม่ได้เลยนอกจาก  “ประตูไซ”  (Patuxai) หรือ ประตูชัย นั่นเองครับ


สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของชาวลาวแห่งนี้  สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้ที่เสียสละชีวิต ในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์นั่นเองครับ  ถ้าจะเล่าประวัติกันหน่อยคงไม่เสียหายอะไรนะครับ



ประตูชัยแห่งนี้สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2512  ครับ  เรียกได้ว่าความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้ยาวนานมากๆเลยครับ  ก็อย่างที่บอกว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน  ประตูชัยนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “รันเวย์แนวตั้ง” ครับ นั่นก็เพราะว่า การก่อสร้างประตูชัยแห่งนี้นั้น ใช้ปูนที่อเมริกาซื้อมาเพื่อนำมาสร้างสนามบินใหม่ในนครเวียงจันทน์ในระหว่าง สงครามอินโดจีนนั่นเอง แต่ก็ไม่ทันได้สร้างเลยก็เกิดแพ้สงครามในอินโดจีนเสียก่อน จึงมีการนำปูนซีเมนต์มาสร้างประตูชัยแทน


ลาว  เวียงจันทน์ความสวยงามของประตูชัยนั้นมีอยู่ที่ลักษณะสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลมาจากประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นั่นเอง  ถ้าเพื่อนเปรียบเทียบกันดูจะเห็นว่ามีส่วนที่คล้ายคลึงกันมาก แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมนั้นก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาว ภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะ แบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย บันไดวนให้ขึ้นไปชมทิวทัศน์ของนครเวียงจันทน์  และถ้าเพื่อนๆเดินขึ้นไป ตลอดบันไดวนของประตูชัยจะแบ่งออกเป็นชั้นๆ ซึ่งแต่ละชั้นนั้นก็จะมีร้านจำหน่ายของที่ระลึก เปิดให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นชมวิวทิวทัศน์ทุกวัน และในตอนเย็นจะมีประชาชนชาวลาว มาออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมร่วมกันที่นี่ด้วย


เวียงจันทน์

เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเป็นมายาวนานและนักเดินทางอย่างเราไม่ควรพลาด  สำหรับการเข้าชมสถานที่แห่งนี้นั้นต้องเสียค่าทำเนียมด้วยครับ


ค่าเข้าชม ผ่านประตูคนละ 2,000 กีบ (อัตราแลกเปลี่ยนก็ประมาณ 240-270 กีบ ต่อ 1 บาท)
เวลาเปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.




สุดท้ายขอฝากสถานที่แห่งนี้เอาไว้ด้วยนะครับ  เมื่อเพื่อนๆมีโอกาสได้เดินทางไป นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว





ขอบคุณความรู้ที่เป็นประโยชน์จาก oceansmile.com ที่นำเสนอเรื่องราวของการท่องเที่ยวประเทศลาวมาเล่าสู่กันฟังครับ


Learn more »
Hotels2thailand.com

Like us on Facebook